Register | Sign In
เกี่ยวกับเรา | Mobile version | ePaper edition
ติดต่อโฆษณา | ส่งข่าว/ประชาสัมพันธ์ | ติดต่อสำนักข่าว
  1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15 
รวมช่องทีวีมุสลิม บรรจง yateem tv
white channel tmtv มุสลิม
ดูทีวีออนไลน์ ดูทีวีออนไลน์ช่อง3 ดูทีวีช่อง7
ดูทีวีช่อง9 ดูทีวีช่อง5
             
เลือกเวลาละหมาด
จังหวัด

หน้าแรก  | ข่าววันนี้  | ประเด็นดัง  | กรรมการกลาง  | มุสลิมไทย  | เว็บบอร์ด  | โลกอาหรับ  | มุสลิมโลก  | ผู้หญิง  | สุขภาพ  | ฮาลาล  | แฟชั่นมุสลิม  | ชื่ออาหรับ  | เวลาละหมาด  | คลิบวิดีโอ

  คอลัมนิสต์

บทสรุป อิลลูมินาติ (Illuminati) คือองค์กร อะไร ภารกิจคืออะไร แล้ว เป้าหมายคืออะไร หนาาาาาว

พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน

บทสรุป อิลลูมินาติ (Illuminati) คือองค์กร อะไร ภารกิจคืออะไร แล้ว เป้าหมายคืออะไร หนาาาาาว

บทความนี้ทางทีมงานซอฮิบซะมานได้รวบรวมและเรียบเรียงมาจาก http://www.yantip.com ซึ่งเห็นว่ามีเนื้อ

หาหลายประเด็นที่น่าสนใจ หลังจากที่ได้นำเสนอ เรื่อง” Freemason : องค์กรลับเขย่าโลก.” ไปแล้ว เชื่อว่าจะเป็นข้อมูลเพิ่มเติม

แก่ผู้อ่านได้ในการไขความลับบางอย่างเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในโลกใบนี้ ต้องขอย้ำนิดหนึ่งว่า อาจจะต้องใช้วิจารณญาณ

ในการอ่านด้วยนะครับ แต่ถ้าหากเป็นที่สนใจเราอาจจะได้นำเสนอรายละเอียดที่เพิ่มติมากไปกว่านี้ ขอเชิญอ่านดูนะครับ

 

 

อิลลูมินาติ (Illuminati)

 

องค์กรลับ ที่มีนามว่า Illuminati อิลลูมินาติ  คือสมาคมลับที่ ครอบครองทั้งสื่อ ควบคุมการเงิน เศรษฐกิจของโลก

 ควบคุมและเป็นผู้ทำให้เกิดภัยพิบัติและเป็นผู้ที่  มีแผนการลดจำนวนประชากรโลก เนื่องจากประชากรล้นโลก

อิลลูมินาตี (illuminati)มีส่วนในการเกิดภัยพิบัติ ตลอดจนถึงโลกร้ายต่างที่เกิดขึ้นในโลก เพื่อหวังลดจำนวนประชากร

แต่ขอแนะนำว่าโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและทำความเข้าใจ  เพราะสิ่งที่คุณกำลังจะได้รู้ มันอาจจะทำให้คุณ

รู้สึกว่าไม่ปลอดภัย รู้สึกว่าเป็นเรื่องเหนือจริง  ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติ การล้มล้างเผ่าพันธ์มนุษยชาติ แต่ผมแนะนำให้คุณ

ที่กำลังจะอ่านนั้น อยู่ในฐานะของผู้ที่เป็นแค่ ผู้สังเกตุการณ์ เท่านั้น

 

ประวัติโดยย่อของสมาคมลับ

 

หลาย เหตุการณ์ที่มีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและเศรษฐกิจโลกครั้ง สำคัญๆ สมาคมลับไม่สมาคมใดก็สมาคมหนึ่งมักจะถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ เหล่านั้น แต่ถ้าใครๆก็รู้ว่าสมาคมลับมีตัวตนจริงๆแล้วมันจะเป็นสมาคมลับได้อย่างไร

 

ชื่อ สมาคมลับหลายแห่งมักถูกเอ่ยถึงในนิยายและภาพยนตร์แนวอาชญากรรมลึกลับซ่อน เงื่อน หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อสมาคมเหล่านี้มาบ้าง และหลายคนอาจคิดว่ามันเป็นเพียงแค่ชื่อสมมุติ วันนี้เราจะมาดูกันว่าสมาคมลับเหล่านั้นมีอะไรบ้าง

ฟรีเมสันส์

 

ต้นกำเนิดของสมาคมลับฟรีเมสันส์ (Freemasons) ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ แต่อย่างน้อยผู้เชี่ยวชาญก็สามารถสืบสาวประวัติไปได้ไกลถึงศตวรรษที่ 17 ซึ่งถือว่าเป็นสมาคมลับที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในโลก

 

สมาคมฟรีเมสันส์เกิดจากการรวมตัวของช่างหิน (Mason) ซึ่ง ทำงานก่อสร้างโบสถ์ วิหาร จากภารกิจรับใช้ศาสนานี่เองทำให้ช่างหินเหล่านี้ได้รับการยกเว้นการจ่ายภาษี ให้รัฐ ดังนั้น คำว่าฟรีเมสันส์จึงหมายถึงช่างหินที่ไม่ต้องชำระภาษี สมาชิกสมาคมฟรีเมสันส์นิยมเรียกชื่อเล่นของสมาคมว่า “เดอะคราฟต์” (The Craft)

 

สมาคม ฟรีเมสันส์ถูกแยกออกเป็นสมาคมย่อยๆอีกหลายสมาคม เช่น ไพรโอรี ออฟ ไซออน (Priory of Sion) ซึ่งหากยังจำกันได้ชื่อสมาคมลับนี้ปรากฏในนิยายดังเรื่อง The Da Vinci Code ของแดน บราวน์ เมื่อหลายปีก่อน

 

ไพรโอรี ออฟ ไซออน (Priory of Sion )

 

สมาชิก ฟรีเมสันส์ไม่ยอมรับว่าพวกเขาเป็นสมาคมลับ หากแต่มีเรื่องลับมากมายที่รู้กันเพียงในกลุ่มสมาชิกเท่านั้น บุคคลสำคัญของโลกที่เชื่อว่าเป็นสมาชิกสมาคม เช่น โมสาร์ท แฟรงกลิน รูสเวลล์ แฮร์รี่ ทรูแมน จอร์จ วอชิงตัน มาร์ก ทเวน เบนจมิน แฟรงกลิน จอห์น เวน และรวมไปถึงผู้พันแซนเดอร์ ผู้ก่อตั้งร้านไก่ทอดฟาสต์ฟู้ดรายใหญ่ของโลก

 

 

อิลลูมิเนติ

 

สมาคมอิลลูมิเนติ (Illuminati) ก่อตั้งขึ้นที่เมืองอินกอลสตาดท์ (Ingolstadt) ประเทศเยอรมัน เมื่อวันที่ 1พฤษภาคม 1776 โดยอดัม ไวส์ฮอพ (Adam Weishaup) ผู้ ยึดถือปรัชญาความคิดอิสระ ไม่ยึดติดกับความเชื่อเก่าๆที่สั่งสอนกันมาทั้งเรื่องระบบการปกครองและศาสนา เพื่อก้าวเข้าสู่ยุคการปกครองแบบใหม่ (New World Order) และ เชื่อกันว่าสมาคมอิลลูมิเนติอยู่เบื้องหลังการล้มล้างการปกครองด้วยระบบ กษัตริย์ของหลายๆประเทศในทวีปยุโรป รวมถึงการประกาศอิสรภาพของอเมริกาในปี 1776

 

ต่อมาในปี 1784 เจ้าชายคาร์ล ธีโอดอร์ (Karl Theodor) ผู้ ปกครองรัฐอิสระบาวาเรียออกกฎหมายห้ามการก่อตั้งสมาคมลับ มีการตรวจค้นบ้านและจับกุมสมาชิกอิลลูมิเนติได้หลายคน อย่างไรก็ตาม นักวิจัยหลายคนเชื่อว่าแนวความคิดของลัทธิอิลลูมิเนติไม่ได้สูญสิ้นไปกับการ สลายสมาคมอิลลูมิเนติในครั้งนั้น เหตุการณ์สำคัญๆของโลก เช่น การปฏิวัติฝรั่งเศสปี 1789 การปฏิวัติในรัสเซียปี 1905 และ 1917 ล้วนแล้วแต่เป็นผลงานของสมาคมอิลลูมิเนติ

 

ปี 1782 อเมริกาได้ออกแบบตราแผ่นดินใหม่โดยด้านหลังของตราแผ่นดินเป็นภาพพีระมิดสร้าง ไม่เสร็จ มีดวงตาอยู่บนยอด ล้อมรอบด้วยภาษาละติน “Novus Ordo Seclorum” (New Order Of The Ages) ซึ่งหลายคนเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของสมาคมอิลลูมิเนติ ดวงตานั้นหมายถึงสมาชิกอิลลูมิเนติกำลังจับตามอง (โลก) และ “Novus Ordo Seclorum” คือ New World Order หรือการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการ(ปก)ครองโลก และต่อมาในปี 1935 ภาพตราแผ่นดินนี้ถูกนำมาตีพิมพ์ลงบนด้านหลังของธนบัตร 1 ดอลลาร์

 

ปี 1990 ประธานาธิบดีจอร์ช บุช ได้กล่าวสุนทรพจน์หัวข้อ Toward The New World Order หรือ การก้าวเข้าสู่ยุคการจัดระเบียบใหม่ให้กับโลก ทำให้ข้อสงสัยว่าอเมริกาอยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ระบบเศรษฐกิจและการเงินของหลายๆประเทศมีน้ำหนัก

 

สกัลแอนด์โบนส์

 

ปี 1832 วิลเลี่ยม รัสเซล (William Russell) นักศึกษามหาวิทยาลัยเยล รัฐคอนเนตทิคัต ได้ก่อตั้งชมรมสกัลแอนด์โบนส์ (Skull and Bones) ขึ้นโดยมีจุดประสงค์เป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ในหมู่เพื่อนฝูงเพื่อเชื่อมความ สัมพันธ์ให้แนบแน่น

 

การ รวมกลุ่มของนักศึกษาวัยรุ่นก็ย่อมมีกิจกรรมแผลงๆเป็นธรรมดา กิจกรรมของชมรมสกัลแอนด์โบนส์เน้นไปที่การขโมยข้าวของเพื่อนร่วมสถาบัน แต่กิจกรรมที่สร้างชื่อเสีย(ง)ให้มากที่สุดคือการขโมยกะโหลกและโครงกระดูก ของอดีตประธานาธิบดีมาร์ติน แวน บูเรน (Martin Van Buren) อดีตนักรบอินเดียนแดงผู้ยิ่งใหญ่ เจโรนิโม (Geronimo) และนักปฏิวัติชาวเม็กซิกัน ปันโช วิลล่า (Pancho Villa) ซึ่งปัจจุบันยังไม่พบว่าโครงกระดูกบุคคลสำคัญทั้งสามอยู่ที่ใดและสกัลแอนด์ โบนส์เป็นผู้ขโมยไปจริงหรือไม่

 

นอก จากนี้แล้วสมาชิกชมรมและสกัลแอนด์โบนส์ยังมีกิจกรรมห่ามๆอีกหลายรูปแบบ เช่น การแก้ผ้านอนในโลงศพตลอดคืน การเล่าประสบการณ์ทางเพศให้เพื่อนสมาชิกฟัง และอาจเพราะมีกิจกรรมสุดโต่งเหล่านี้ทำให้ชมรมสกัลแอนด์โบนส์มีกฏข้อบังคับ ห้ามนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชมรมไปเล่าให้คนภายนอกฟัง จึงทำให้ชมรมสกัลแอนด์โบนส์เป็นที่ลึกลับในสายตาคนภายนอก

 

สมาชิก ชมรมสกัลแอนด์โบนส์ยังคงเกาะกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่นแม้จะสำเร็จการ ศึกษาไป แล้ว ซึ่งต่อมาสมาชิกบางคนมีตำแหน่งสำคัญในหน้าที่การงาน เช่น จอร์จ บุช ทั้งคนพ่อและคนลูกที่ก้าวถึงตำแหน่งระดับสูงสุดของประเทศ และเชื่อกันว่าชมรมสกัลแอนด์โบนส์อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์สำคัญๆบาง เหตุการณ์ เช่น การลอบสังหารประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี้

 

โบฮิเมียนคลับ

 

โบฮิเมียนคลับ (Bohemian Club) ก่อตั้งในปี 1872 เป็นการรวมตัวกันของผู้ที่มีความรู้เรื่องศิลปะและวัฒนธรรม และต่อมาได้เปิดรับสมาชิกทั่วไปที่ไร้ความรู้ทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมแต่มี ข้อแม้ว่าต้องมีเงิน ส่งผลให้ต่อมาโบฮิเมียนคลับกลายเป็นสังคมของผู้มีอิทธิพลมากที่สุดแห่งหนึ่ง ของอเมริกา

 

ข้อ จำกัดการรับสมาชิกเฉพาะคนมีเงินถุงเงินถัง ทำให้โบฮิเมียนคลับกลายเป็นสมาคมปิดโดยปริยาย ดังนั้น กิจกรรมของโบฮิเมียนคลับจึงเป็นเรื่องลึกลับและเชื่อกันว่าโบฮิเมียนคลับได้ มอบสิทธิการเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ให้กับอดีตประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน และวิลเลี่ยม เฮิร์ส มหาเศรษฐีเจ้าพ่อวงการหนังสือพิมพ์อเมริกา

 

โบฮิเมียนคลับตั้งอยู่กลางป่าละเมาะส่วนบุคคล ในเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สมาชิกนัดพบกันปีละครั้ง ครั้งละ 3 สัปดาห์ ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาทำอะไรกันบ้างในนั้น แต่ลือกันว่ามีกิจกรรมไสยศาสตร์และกิจกรรมทางเพศ

 

จาก การที่สมาชิกโบฮิเมียนคลับล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลสำคัญทางด้านเศรษฐกิจและการ เมือง ทำให้เชื่อกันว่าการชุมนุมของสมาชิกเป็นการรวมหัววางแผนเข้าควบคุมระบบการ เงินและการปกครองของประเทศ วันที่26 ตุลาคม 2007 ระหว่างที่อดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน กำลังปราศรัยในห้องประชุม ชายคนหนึ่งได้ลุกขึ้นกล่าวหาว่าคลินตันเป็นหนึ่งในสมาชิกของโบฮิเมียนคลับ และอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001

 

ไทรเลทีรัลคอมมิสชั่น

 

ปี 1973 เดวิด ร็อกกีเฟลเลอร์ (David Rockefeller) ก่อตั้งคณะกรรมาธิการ 3 ฝ่าย (Trilateral Commission) อัน ประกอบด้วยผู้แทนจากประเทศต่างๆในทวีปอเมริกา ยุโรป และประเทศญี่ปุ่น โดยมีจุดประสงค์ให้ความร่วมมือกันทางด้านการเงินและสมาชิกของคณะกรรมาธิการ 3 ฝ่ายล้วนแต่คัดเลือกมาจากบุคคลที่มีตำแหน่งสูงในบริษัทเอกชนหรือมีตำแหน่ง ทางการเมือง อันประกอบด้วยสมาชิก 107 คนจากทวีปอเมริกา 150 คนจากทวีปยุโรป และ 75 คนจากญี่ปุ่น ต่อมาในปี 2000 ได้มีการขยายจากประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศในทวีปเอเชียและเขตมหาสมุทรแปซิฟิก ทำให้เกาหลีใต้ จีน ไต้หวัน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และประเทศกลุ่มอาเซียน ถูกรวมเข้าไปด้วย

 

นักทฤษฎีสมรู้ร่วมคิด (Conspiracy Theorist) เชื่อว่าความร่วมมือทางด้านการเงินและอุตสาหกรรมเป็นเพียงข้ออ้างบังหน้า แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงของคณะกรรมาธิการ 3 ฝ่ายคือ การเข้าควบคุมระบบการเงินและวัตถุดิบของโลกหรือเป็นการจัดระเบียบตามแบบ New World Order ในอีกรูปแบบหนึ่ง

 

สมาคม เหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีตัวตนและได้รับการสถาปนาอย่างเปิดเผย ดังนั้น จึงไม่สามารถกล่าวได้ว่าเป็นสมาคมลับ กิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในสมาคมต่างหากที่ดูเหมือนจะเป็นความลับ คนภายนอกไม่รู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่

 

 

( ที่มา : นิตยสารรายสัปดาห์ “โลกวันนี้วันสุข” ปีที่ 4 ฉบับที่ 208 วันที่ 23-29 พฤษภาคม 2552 หน้า 42คอลัมน์ ร้ายสาระ โดย ศิลป์ อิศเรศ)

 

สมาคมลับ Illuminati (อิลลูมินาติ)

Illuminati (อิลลูมินาติ) แปลตรงตัวตามดิกชันนารี่ illuminati หมายถึง ผู้ที่มีสติปัญญาอันล้ำเลิศ

 

อิลลู มินาติ เป็นกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ตั้งขึ้นมาอย่างลับๆเนื่องจาก พวกตนได้ถูกกลุ่มคริสตจักร ไล่ฆ่า เพราะถูกกล่าวหาว่าเป็นลัทธิ ของซาตาน เนื่องจากเหล่านักวิทยาศาสตร์เกิดความขัดแย้งขึ้นกลับคริสตจักร ในเรื่องการกำเนิดโลก และในอีกหลายๆเรื่อง ประเด็นหลักก็คือ คริสตจักรเชื่อว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้างทุกสิ่ง แต่นักวิทยาศาสตร์ก็เชื่อว่าสสารไม่มีวันเกิดขึ้นมาจากความว่างเปล่า(จึงได้ เกิดทฤษฎี บิกแบง ที่เป็นทฤษฎีการกำเนิดโลกที่ได้รับการเชื่อถือมากที่สุดในทางวิทยาศาสตร์)

 

เนื่อง จากในอดีตคริสตจักรเป็นกลุ่มที่มีอำนาจมาก ทำให้กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ ไม่อาจต่อกรได้จึงต้องคอยหลบหนี หรือแอบซ่อนไม่เปิดเผยตัว จึงได้ตั้งกลุ่มขึ้นมาโดยใช้ชื่อ illuminati และหาที่รวมกลุ่มเพื่อ ใช้สนทนาเรื่องวิทยาศาสตร์กัน หรือแลกเปลี่ยนแนวความคิด สมาชิกกลุ่ม อิลลูมินาติ เช่น กาลิเลโอ

 

นัก วิชาการส่วนใหญ่เชื่อกันว่า กลุ่มอิลลูมินาติได้แทรกซึมเข้าไป ยังกลุ่มเมซันด้วย กลุ่มเมซัน คือกลุ่มคนที่มีอำนาจทั้งด้านการเมืองและการเงิน เป็นพวกนายธนาคารหรือนักการเมือง อยู่ในกลุ่มนี้

 

เนื่องจากมีการแทรก ซึมของ อิลลูมินาติไปในกลุ่มเมซัน รองประธานาธิบดีวอลเลซ (Henry Agard Wallace เป็นรองประธานาธิบดีคนที่33ของสหรัฐ) เป็นผู้เสนอสัญลักษณ์ดังกล่าว ให้ประธานาธิบดีโรสเวลต์ (Franklin Delano Roosevelt ประธานาธิบดีคนที่32-33ของ สหรัฐอเมริกา) ใช้สัญลักษณ์ดังกล่าวในธนบัตรดอลลาร์ เนื่องจากทั้งคู่อยู่ในกลุ่มเมซัน และการที่รองประธานาธิบดีวอลเลซเสนอให้ใช้สัญลักษณ์ดังกล่าวเป็นเพราะความ รู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือว่าเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของ อิลลูมินาติด้วย

 

สรุป ได้ว่า กลุ่มอิลลูมินาติ ต้องการที่จะล้มล้างคริสตจักรนั้นเอง โดยการหาทฤษฎี ต่างๆมาหักล้างเรื่องพระเจ้า เพื่อที่จะเปลี่ยนแกนอำนาจความเชื่อของคนในยุคนั้นจากทางด้านศาสนามาเป็น ด้านวิทยาศาสตร์นั้นเอง

 

อย่างที่บอกกลุ่มอิลลูมินาติ มีการแทรกซึมของ อิลลูมินาติไปในกลุ่มFREEMASON ตอนสร้างเมือง วอชิงตัน ดี.ซี. กลุ่มอิลลูมินาติได้ออกแบบเมืองวอชิงตัน ดี.ซี.

ถ้า มองจากมุมสูง (มองจากนอกโลก)จะเห็นเมืองวอชิงตัน ดี.ซี.เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มอิลลูมินาติคือรูปดาวครับ ขอโทษด้วยที่หาภาพให้ไม่ได้นะครับแต่ลองไปดูใน google earth ได้ครับ สังเกตดีๆนะครับ

 

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญหรือตั้งใจ แต่สิ่งนี้ก็กลายเป็นจุดขายของนิยายเรื่องนี้ เพราะสถานที่สำคัญ 4 แห่ง ดันมีความหมายเป็น ดิน-น้ำ-ลม-ไฟ ธาตุทั้ง 4 สิ่งเป็นธาตุสากลของหลายชนชาติ โดยธาตุนี้ถูกนำมาใช้ดูลักษณะของคนตามวิชานรลักษณ์ของหมอดูด้วย

 

หาก จะอ้างว่า นี่คือวิธีของนักวิทยาศาสตร์ก็นับว่าน่าสนใจที่นำทฤษฎีนี้มาโยงกับสมาคมลับ อย่าง "อิลลูมินาติ" เพราะดูมันจะขัดแย้งกันระหว่างวิทยาศาสตร์กับโหราศาสตร์

 

การ สร้างผัง เมือง เป็นศาสตร์หนึ่งของพวกสถาปนิก เรื่องนี้จึงโยงไปถึงกลุ่ม "ฟรีเมสัน" อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การรื้อฟื้นเรื่องฟรีเมสันในนิยายเรื่องนี้ จึงประสบความสำเร็จอย่างสูงสุด

 

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและทำความเข้าใจ

มีคนกลุ่มหนึ่งเชื่อว่า ซึนามิ (Tsunami )ไม่ใช่ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

แต่เกิดจากฝีมือของทางฝ่ายอเมริกา ที่โจมตีด้วยอาวุธที่ชื่อว่า HARRP

จากคลิปนี้ http://www.youtube.com/watch?v=k4uoregY2GI&feature=player_embedded#at=13

 

พิธีกรเคยถามผู้ดูแลการเงินของประเทศญี่ปุ่นว่า ทำไมถึงให้อเมริกาเขามาดูแลเรื่องการเงินของญี่ปุ่น

เขาก็บอกว่า ถ้าไม่ทำอย่างนั้นเขาจะถูกโจมตีด้วยอาวุธที่ชื่อว่า HARRP เป็นอุปกรณ์ที่ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

แล้วไม่นานเขาก็ได้รับข้อมูลว่าเมือง นิกาฮิจะเกิดแผ่นดินไหว หลังจากนั้นสองวันก็โดนจริงๆ ก็เท่านั้น

เขาบอกว่ามันบังเอิญมากเกินไป แล้วเขาก็ค้นหาวิธีการสร้างแผ่นดินไหวด้วย HARRP

ก็ใช้วิธี ยิงคลื่นเสียงขึ้นไปบนอากาศแล้วมันจะทำให้ดินสั่นสะเทือนแล้วก็เกิดเป็นแผ่นดินไหวตามด้วยซึนามิก็เท่านั้น

 

 

HARRP คือ อุปกรณ์ที่สร้างคลื่นความถี่ที่สร้างความสั่นสะเทือน ลองสังเกตเวลาที่คนพูดเสียงดังๆ หรือ เปิดเพลงดังๆ ลำโพงก็จะกระแทกออกมาเพราะความสั่นสะเทือนที่มากเกินไปนั้นคือ ลักษณะการทำงานของเครื่องสร้างแเผ่นดินไหวต่างๆรอบโลก ในช่วงไม่กี่ปีที่ ผ่านมา มีภัยพิบัติที่คนตายนานับไม่ถ้วนเมื่อยิงไปจุดไหนบนผิวโลก จะเกิดการแปรปรวนของสภาพอากาศและธรณีวิทยา เมื่อคลื่นดังกล่าวสั่นสะเทือนบนอากาศ ก็ทำให้ท้องฟ้าปั่นป่วนเป็นพายุ

หากยิงขึ้นบนฟ้าก็สร้างความสั่นสะเทือนเป็นแผ่นดินไหวเช่นประเทศจีน ที่มีคนเห็นแสงประหลาดเหนือท้องฟ้าประเทศจีน นั้นคือ การทำงานของ HARPP

HAARP เป็น โครงการทดลองทางวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลสหรัฐเพื่อสร้างและควบคุมสภาพ ภูมิอากาศโดยการยิงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่ขึ้นไปที่ชั้นบรรยากาศไอโอโน สเฟียร์ แล้วให้สะท้อนกลับมายังพื้นผิวโลก ไปยังเป้าหมายที่ต้องการ ในจำนวนนั้นรวมไปถึงส่งพลังงานนั้นลงไปสู่ชั้นหินใต้ดินเพื่อก่อให้เกิดแรง สั่นสะเทือนหรือแผ่นดินไหวนั่นเอง ยังสามารถประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีร่วมกับดาวเทียม และเทคโนโลยีอื่นๆ เพื่อควบคุมกระแสลมกรด ซึ่งเป็นกุญแจของธรรมชาติที่จะนำพากลุ่มเมฆ น้ำฝน ความร้อน ความแห้งแล้งและความหนาวเย็น และอื่นๆ อีกมาก

 

หลักฐานที่ชี้ถึงแสนยานุภาพของฮาร์พ

 

ในปี 2546 สมาชิกของคณะกรรมาธิการถึงสี่คณะ ของสภาสูงสุดรัสเซียหรือสภาดูม่า และสมาชิกสภาทั้งหมด 90 ท่าน

ได้ร่วมกันลงชื่อในรายงานเสนอต่อประธานาธิบดีวลาดีเมีย ปูติน องค์กรสหประชาชาติและประเทศสมาชิก องค์กรระหว่างประเทศต่างๆ

ผู้นำและรัฐสภาทุกประเทศ องค์กรทางวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงและสื่อมวลชนชั้นนำของโลก เพื่อเรียกร้องให้ประชาคมโลกมีมติห้ามสหรัฐ

ทดลองอาวุธที่มีแสนยานุภาพสูงนี้ ในรายงานนี้ปรากฏข้อความดังนี้ "ภายใต้โครงการฮาร์พ สหรัฐกำลังสร้างอาวุธใหม่ทางธรณีฟิสิกส์

ซึ่งอาจสามารถส่งอิทธิพลต่อชั้นบรรยากาศใกล้โลก ด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง"

 

"แสนยานุภาพ ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนี้ อาจเปรียบเทียบได้กับการเปลี่ยนแปลงจากอาวุธมีคมสู่อาวุธปืน หรือจากอาวุธธรรมดาสู่อาวุธนิวเคลียร์"

 

รายงาน นี้ยังระบุอีกว่าสหรัฐกำลังสร้างอาวุธฮาร์พนี้ในพื้นที่สามแห่ง แห่งแรกที่รัฐอลาสก้า สหรัฐอเมริกา แห่งที่สองที่กรีนแลนด์และที่สามในประเทศนอร์เว ทั้งนี้สหรัฐเตรียมที่จะเริ่มทดลองอย่างเต็มที่ได้ตั้งแต่ต้นปี 2546

"เมื่อ อุปกรณ์ทั้งหมดได้ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศจาก อลาสก้า นอร์เวและกรีนแลนด์ ความแม่นยำในการกำหนดเป้าหมายพร้อมกับอานุภาพอันมหัศจรรย์ จะนำไปสู่ความสามารถอันแท้จริงในควบคุมชั้นบรรยากาศใกล้โลก" รายงานของสภาดูม่าสรุป

 

ก่อนหน้านี้ในปี 2541 คณะกรรมาธิการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความมั่นคงและนโยบายการทางทหาร

ก็ ได้เคยร้องเรียนต่อรัฐสภาสหภาพยุโรป จากกรณีที่สหรัฐปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า ในการเปิดเผยข้อมูลและอนุญาตให้องค์กรอิสระนานาชาติ เข้าไปตรวจสอบโครงการฮาร์พ อีกทั้งยังเรียกร้องให้รัฐสภายุโรปร่างสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ว่าด้วยผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมจากกิจกรรมทางการทหารอีกด้วย  ทั้ง นี้ สหรัฐประกาศว่า ปัจจุบันโครงการฮาร์พกำลังอยู่ในชั้นตอนสุดท้ายของการขยายกำลังส่ง และคาดว่าจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ ให้ใช้การได้เต็มที่ในราวปี 2549 ปัจจุบัน แน่นอนคงใช้ได้อย่างเต็มที่แล้ว (อเมริกา ถูกควบคุมโดยกลุ่ม Illuminati มาร้อยกว่าปีแล้ว)

 

HAARP (High Frequency Active Auroral Reseach Program)เครื่องควบคุมธรรมชาติ โดยใช่สนามแม่เหล็กแรงสูง  เป็นเทคโนโลยีจากต่างดาว ปัจจุบันมีอยู่ 5 เครื่อง ได้แก่

- อยู่ในอเมริกา 3 เครื่อง

- อยู่ในยุโรป 1 เครื่อง

- อยู่ในรัสเซีย 1 เครื่อง

 

มีคนว่ากันว่า...

 

Illuminati และมนุษย์ต่างดาว กำลังจะชำระล้างโลก ในวันที่ 21-12-2012 เวลา 11:11 น

 

ชาวโลกทุกคน ถูกปิดหูปิดตา มาตลอด พวกเราโดนกลุ่ม อิลูมินาติ (Illuminati) ล้างสมอง เพื่อหวังครอบครองโลกใบนี้แต่เพียงผู้เดียว กลุ่มอิลูมินาติ (Illuminati) จะใช้วิธีล้างสมองโดยเข้าไปซื้อกิจการทั่วโลก เช่น สื่อ TV, บันเทิง, อินเตอร์เน็ต, ข้อมูล, ข่าวสาร, Hollywood, ธุรกิจอาหาร, ยา, การธนาคาร, ทหาร, การเมืองแทบทุกประเทศ และ ธุรกิจทุกประเภท ฯลฯ ทั้งหมดนี้โดนกลุ่มอิลูมินาติ (Illuminati) ครอบงำหมดแล้ว

 

เพื่อ ให้ชาวโลกตกเป็นทาสพวกมัน เมื่อตกเป็นทาสแล้ว เราก็จะโดนชักจูงได้ง่าย เขาพูดอะไรก็เชื่อไปหมด(เออออไปกับเค้า คิดเองไม่เป็น) ส่วนมากพวกกลุ่ม อิลูมินาติ (Illuminati) จะชักจูงชาวโลก โดยผ่านภาพยนตร์จาก Hollywood เพื่อให้มนุษย์เกิดความหวาดกลัว, ความโกรธ, ความแค้น, ชิงชัง,

และกิเลสต่างๆ มีทัศนะคติในด้านลบ ก็จะส่งผลสนามแม่เหล็กโลก ก่อให้เกิดภัยพิบัติทั่วโลก เพื่อลดจำนวนประชากรลง 90 - 95 % นั่นเอง และภัยพิบัติก็เกิดขึ้นทั่วโลกจริงๆด้วย (จะกล่าวตอนท้าย)

 

เพื่อเป็นไปตามที่ กลุ่มอิลูมินาติ (Illuminati) วางแผนลดประชากรโลกในปี 2012 (เพราะประชากรโลกมากเกินไป นั้นยากที่จะจัดระเบียบโลกใหม่ จึงต้องลดประชากรลง 90 - 95 %)

 

กลุ่มอิลูมินาติ (Illuminati) สร้างระบบเงินกระดาษขึ้นมาเพื่อมอมเมาชาวโลก ให้หลงใหลในโลกที่เขาจำลองขึ้น มนุษย์ก็จะมีชีวิตอยู่ในโลกที่ถูกกลุ่มอิลูมินาติ (Illuminati) จำลองขึ้น (โลกแห่งความฝัน) โดยที่ไม่รู้ตัวเองเลยว่า กำลังโดนใครบางคนอยู่เบื้องหลัง พวกเรามัวหลงเพลิดเพลินอยู่กับ กิเลส, ตัณหา, เงินตรา, ที่ถูกกลุ่ม อิลูมินาติ (Illuminati) นั้น สร้างขึ้นมามอมเมา ทั้งๆที่ในความเป็นจริงพวกเขากำลังหลอกมอมเมาเรา เรากำลังตกเป็นทาสของเขาอยู่ โดยไม่รู้ตัวเลย และกลุ่มอิลูมินาติ (Illuminati) มองพวกเราไม่ต่างกับพวกทาสหน้าโง่ตัวหนึ่ง

 

ลองนึกถึงตอนที่เราเด็กๆ เราถูกหลอกมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ตั้งแต่เรื่อง การเข้าโรงเรียน, ประถม, มัธยม,มหาวิทยาลัย,จบมาก็หางานทำ, จากนั้นก็ซื้อรถ, ซื้อบ้าน ฯลฯ ซึ่งมันเป็นระบบที่ กลุ่มอิลูมินาติ (Illuminati)นั้นสร้างขึ้นมาตั้งแต่แรกแล้ว (ประมาณ 100 กว่าปีที่แล้ว) เพื่อมอมเมามนุษย์ ให้อยู่ในระบบที่ถูกจำลองขึ้น (คล้ายอยู่ในความฝัน) ไม่สามารถ ขัดขืนได้ ต้องเป็นทาสพวกมันโดยปริยายตลอดชีวิต

เครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆในชีวิตประจำวันของเรา ก็มาจากการผลิตของกลุ่มอิลูมินาติ (Illuminati)ทั้งสิ้น พวกมันซื้อ Take Over หรือเข้าไปถือหุ้นในธุรกิจทั่วโลก และครอบงำโลกใบนี้ ไว้ได้เกือบทั้งหมดแล้ว

 

โดยความเป็นจริงนั้น โลกใบนี้มันไม่มีอะไรเลย มันมีแต่ความว่างเปล่า (สุญตา) ทุกสิ่งที่เราเห็นกันอยู่นั้น

ถูกสร้างขึ้นมาโดยกลุ่มอิลูมินาติ (Illuminati) สร้างขึ้นมาเพื่อจำลองโลกใบนี้ ให้คล้ายๆอยู่ในโลกของความฝัน ให้มนุษย์หลงเข้าไปเป็นเหยื่อ (เคยดูหนังเรื่อง The Matrix มั้ยคะ) แบบนั้นแหละค่ะ หนังทุกเรื่องของHollywood ถูกซื้อ ถูกครอบงำโดยกลุ่มอิลูมินาติ (Illuminati) ทั้งสิ้น ก่อนหน้าที่กลุ่มอิลูมินาติ (Illuminati)จะทำอะไร พวกเขาจะบอกผ่านภาพยนตร์ก่อนเสมอ เช่นภาพยนตร์เรื่อง The Matrix เป็นต้น (จริงๆก็แทบทุกเรื่องนั่นแหละค่ะ -*-)

 

ลองชม VDO ภาพยนต์ HollyWood จะมีการสอดแทรกตราสัญลักษณ์ ของกลุ่มอิลูมิเนติก Illuminaticแทบทุกเรื่อง และบอกใบ้ถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดด้วย

http://www.youtube.com/watch?v=PBKDZhu-EZw&feature=player_embedded

ก่อนที่ กลุ่มอิลูมิเนติก Illuminatic จะกระทำสิ่งใด เขาจะบอกผ่านภาพยนตร์ Hollywood ก่อนเสมอ

- เช่น เหตุการณ์ 11/09/2001 เครื่องบินชนตึก World Trade Center เขาจะบอกผ่านภาพยนตร์เรื่อง คนเหล็ก ภาค 2 (บอกล่วงหน้า 10 ปี)

- ภาพยนตร์ Hollywood แทบทุกเรื่องจะมีตราสัญลักษณ์ของ กลุ่มอิลูมิเนติก Illuminatic สอดแทรกในภาพยนตร์แทบทุกเรื่อง

 

การลดประชากรโลกลง 90 - 95 % ในปี 2012 เพื่อง่ายในการจัดระเบียบโลกใหม่ (New World Order )

(ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 เป็นต้นมา สังเกตให้ดีๆ ทำไมภัยธรรมชาติเกิดขึ้นมากมาย ไม่ใช่ภัยธรรมชาติหรอกค่ะ แต่เป็นฝีมือของกลุ่มอิลูมินาติ (Illuminati)

 

1. ใช้วิธีสร้างความหวาดกลัวของมนุษย์โดยผ่านสื่อ Hollywood เมื่อมนุษย์จำนวนมาก มีทัศนะคติในด้านลบ จะส่งผลต่อ

สนามแม่เหล็กโลก ก่อให้เกิดภัยพิบัติ เช่น พายุ ซึนามิ แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ฯลฯ

2. ใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ นั่นคือ HAARP (เครื่องควบคุมธรรมชาติ โดยใช่สนามแม่เหล็กแรงสูง) สามารถสร้างภัยพิบัติ ได้ทุกรูปแบบ เช่น พายุ ซึนามิ แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ฯลฯ

3. NASA จะใช้นิวเคลียร์ ระเบิดภูเขาใต้น้ำแข้งที่ขั้วโลกเหนือ เพื่อให้แกนโลกเอียง เพื่อให้ขั้วโลกเหนืออุ่นขึ้น  น้ำ จะท่วมโลกอย่างรวดเร็ว เป็นวิธีที่ใช้ฆ่าคนได้จำนวนมาก ในเวลาอันรวดเร็ว และต้องการขั้วโลกเหนือ เพื่อเป็นอาณานิคมของมนุษย์ต่างดาวในอนาคต (NASA ก็ถูกครอบงำโดยกลุ่มอิลูมินาติ (Illuminati))

4. ฆ่าประชากรโลกโดยวิธี บังคับให้ฉีดวัคซีนไข้หวัด 2009 (โดยในวัคซีนมีเชื่อที่มีชีวิตปนอยู่ด้วย)

 

เมื่อประชากรถูกลดลง 90 - 95 % ก็ไปสร้างเมืองหลวงแห่งใหม่ที่ คาซัคสถาน โดยมีชื่อเมืองว่า Astannaเมื่อสำเร็จ กลุ่มอิลูมินาติ (Illuminati) ก็จะครองโลกใบนี้แบบเบ็ดเสร็จ

 

กลุ่มอิลูมินาติ (Illuminati) มีความสำพันธ์กับมนุษย์ต่างดาว 2 เผ่าพันธุ์

 

กลุ่มอิลูมินาติ (Illuminati) มีความสำพันธ์กับมนุษย์ต่างดาว โดยเฉพาะมนุษย์ต่างดาวเผ่าพันธุ์ Gray, Reptilians  กลุ่มอิลูมินาติ (Illuminati) มีการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีกับมนุษย์ต่างดาว 2 กลุ่มนี้ มาเป็นเวลานานมากแล้ว

และแน่นอนว่า HAARP (เครื่องควบคุมธรรมชาติ โดยใช่สนามแม่เหล็กแรงสูง) สามารถสร้างภัยพิบัติ

ได้ทุกรูปแบบนั้น เป็นเทคโนโลยีจากมนุษย์ต่างดาว 2 เผ่าพันธุ์นี้นั่นเอง

 

 

วันที่กลุ่ม อิลูมินาติ (Illuminati) และมนุษย์ต่างดาว จะลดประชากรโลกลง 90 - 95 % คือวันที่ 21-12-2012 (2+1+1+2+2+1+2) = 11

11 คือ สัญลักษณ์ของ การจัดระเบียบโลกใหม่ (New World Order) ซึ่งก็คือเป้าหมายของกลุ่มอิลูมินาติ (Illuminati) นั่นเอง  แบบเดียวกับที่พวกมันทำในวันที่ 11 ก.ย. ที่เครื่องบินชนตึก World trade Centerฝีมือกลุ่มอิลูมินาติ (Illuminati) ทั้งนั้น เพื่อจะได้เป็นเหตุผลให้เข้าไปบุก อีรัก เพื่อจะได้แย่งชิงน้ำมันจำนวนมหาศาล

 (อเมริกาถูกครอบงำโดยกลุ่มอิลูมินาติ (Illuminati)) นานแล้ว และประธานาธิบดีของอเมริกาทุกคน เป็นเพียงหุ่นเชิดของกลุ่มอิลูมินาติ (Illuminati) ทั้งสิ้น (อ่านรายละเอียดตอนท้ายๆค่ะ)

 

กลุ่มอิลูมินาติ (Illuminati) จะ End Game (ลดประชากรโลกลง 90 -95 %) ในวันที่ 21-12-2012 เวลา11:11 น. โดยใช้ สารพัดรูปแบบ เช่น

- HAARP (เครื่องควบคุมธรรมชาติ โดยใช่สนามแม่เหล็กแรงสูง) สามารถสร้างภัยพิบัติ

ได้ทุกรูปแบบ เช่น พายุ ซึนามิ แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ฯลฯ

- บังคับให้ฉีดวัคซีนไข้หวัด2009 (โดยในวัคซีนมีเชื้อที่มีชีวิตปนอยู่ด้วย)

- NASA จะใช้นิวเคลียร์ ระเบิดภูเขาใต้น้ำแข้งที่ขั้วโลกเหนือ เพื่อให้แกนโลกเอียง (NASA ก็ถูกครอบงำโดยกลุ่มอิลูมินาติ (Illuminati))

 

 

และเมื่อแผนการสำเร็จ กลุ่มอิลูมินาติ (Illuminati) และมนุษย์ต่างดาว ก็จะครองโลกได้สมบูรณ์แบบ

โดยมีเมืองหลวงที่เป็นศูนย์กลางของโลกแห่งใหม่ที่ คาซัคสถาน โดยมีชื่อเมืองว่า Astanna

และเมือง Astanna ปัจจุบันก็สร้างเสร็จแล้วด้วย ไม่ใช่นิยาย แต่เป็นเรื่องจริง

 

เบื้องหลังเหตุการณ์ 11/09/2001 เครื่องบินชนตึก World Trade Center (ฝีมือกลุ่มอิลูมิเนติก Illuminatic)เพื่อหวังยึดครองน้ำมันในอีรัก

 

1. บินลาเด็น เป็น CIA มีหน้าที่ดูแลการปฏิบัติการทางทหารของอเมริกันในอัฟกานิสถาน(เป็นคนของสมาคม Illuminatic)

2. ครอบครัวลาเด็น มีความเชื่อมโยงและความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับครอบครัว "บุช" โดยมีธุรกิจน้ำมันร่วมกันภายใต้ชื่อคาไลด์กรุ๊ป

3. ไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้าที่จะมีการโจมตี บริษัทรักษาความปลอดภัยของโครงการเวิลด์เทรดเซนเตอร์ WTCได้มีการเพิ่มวงเงินประกันภัยมากขึ้นอีก 500 ล้านเหรียญในส่วนของการเสี่ยงภัยจาก "ผู้ก่อการร้าย" และเจ้าของบริษัทรักษาความปลอดภัยรายนี้ก็เป็นคนในครอบครัวของผู้นำสหรัฐใน เวลานั้น นามสกุลเดียวกัน

4. เพราะฉะนั้นมือวางระเบิด ที่เข้าไปทำการวางระเบิดโครงสร้างของตัวตึก ก็ผ่านเข้าไปอย่างง่ายดาย และใช้เวลาวางระเบิดทั้ง 3 อาคารเป็นอาทิตย์ ทั้งตึกแฝด และอาคารหมายเลข 7 ของบริษัท โซโลมอน บราเธอร์ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการชนของเครื่องบินแต่อย่างใดเลย

จากเหตุการณ์วันที่ 11 เดือน 9 หรือ 9/11 ที่ตึกซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่ง โลกทุนนิยมของอเมริกา โดนเครื่องบินพุ่งชนจนถล่ม ลงมาถึง 2 ตึก และยังมีตึกข้างๆอีก 1 ตึก ที่ไม่ได้โดนแต่ก็ถล่มไปด้วย จาการวิเคราะห์ก็มีทฤษฎีข้อพิรุธที่โต้แย้งว่าเป็นเหตุการณ์ที่น่าสงสัย ว่าถล่มเพราะเครื่องบินชนจริงหรือไม่หรือว่า มีใครจงใจทำให้มันถล่ม เพื่อสร้างสถานการณ์ เพื่ออ้างผู้ก่อการร้ายและเข้าไปยึดประเทศ ที่อเมริกาอ้างว่า เป็นผู้ก่อการร้าย และก็เข้าไปยึดน้ำมันอย่างเช่นประเทศอิรัก เป็นต้น เหตุน่าสงสัยนี้ ออกเป็นรายการทีวีในอเมริกา มากมาย จนเป็นกระแสน่าสงสัย เลยนำมาให้ลองดูกันนะ

- คน ในเหตุการณ์มากมายได้ยินเสียงระเบิด เป็นชุดๆ เหมือนที่เขาใช้ถล่มตึกและตึกปกติแทบไม่มีโอกาสถล่มลงมาตรงๆ เพราะหากเสียหายด้านขวา ก็ต้องเอนถล่มลงมาด้านขวาเหมือนต้นไม้ แต่นี่ลงมาตรงๆ ซึ่งเหมือนกับมีระเบิด ตัดฐานของตึก จึงถล่มลงมาตรงๆได้

- 42% จากคนอเมริกา เชื่อว่ารัฐบาลจัดทำขึ้น

- ตึกที่ 3 ที่อยู่ใกล้เคียงที่เก็บเอกสารสำคัญมากมาย ก็ถล่มตามลงมาทั้งๆ ที่ไม่โดนเครื่องบินชน และก็ถล่มลงมาตรงๆ เหมือนโดนระเบิด  พร้อมทั้งมีเสียงระเบิดเกิดขึ้น และหากเป็นเพราะเกิดจากความเสียหายของตึก World Trade ก็ต้องเสียหายเฉพาะด้านที่ติดกับตึก World Trade หาก จะถล่ม ก็ต้องเอียงถล่มมาทางด้านความเสียหายนั้น ไม่ใช่ถล่มลงมาตรงๆและที่สำคัญ แทบไม่น่าเป็นไปได้ ที่ตึกนี้จะถล่ม เพียงแค่สาเหตุนี้

- ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน Physic และวิศวะกรมากมาย ออกแสดงความคิดเห็นว่าโอกาสที่ทั้ง 3 ตึกจะถล่มลงมาตรงๆ แบบนั้น ในเวลาสั้นๆ แบบนั้นแถบจะไม่มีโอกาสเป็นไปได้ จากการคำนวณเวลาความเร็วของการถล่มของตึกสูงขนาดนี้ลงมากองกับพื้น เท่ากับว่า เป็นความเร็วของการถล่มแบบ Free Fall หรือแบบร่วงหล่นโดยไม่มีฐานรองรับเลย เหมือนโดนระเบิดตัดฐานซึ่งหากเป็นเพราะไฟไหม้ ก็น่าจะค่อยๆถล่มทีละชั้น

- ใน ประวัติศาสตร์ไม่เคยมี ตึกไฟไหม้แล้วถล่มเลย ขนาดไหม้หลายสิบชั่วโมงก็ยังไม่เคยถล่ม แต่นี่เพียงไม่กี่นาที ก็เกิดเสียงดังเหมือนระเบิด แล้วก็ถล่มลงมาทันที

- สังเกตภาพขณะตึกกำลังถล่มจากด้านบน จะมีควันทะลุออกมาเหมือนมีการระเบิดจากด้านล่าง ก่อนที่ตึกจะถล่มลงไปถึง

- ฟัง เสียงจากเทป การติดต่อขณะเกิดเหตุการณ์ มีคนเห็นเหตุการณ์ระเบิดมากมายปกติหากใช้การระเบิดใต้ฐานให้ตึกถล่ม จะต้องได้ยินเสียงระเบิดติดๆกันหลายๆนัด และในเหตุการณ์นั้นก็มีคนได้ยินเสียงแบบนี้มากมาย

- เหล็กจะละลายได้ต้องใช้ความร้อนถึง 1500 องศา แต่ความร้อนจากเครื่องบินชนเพียง 825 องศา ไม่สามารถทำให้เหล็กของตึกละลายได้  แต่สาร Thermite สามารถทำให้เกิดความร้อนถึง 2500 องศา จึงละลายเหล็กได้(Thermite สามารถละลายได้แม้กระทั้งน้ำแข็งแห้ง) และมีหลักฐานการหลอมละลายของเหล็กแบบ Thermite ในตึก World Trade ด้วยและภาพตอนที่ตึกกำลังถล่ม ก็มีการหลอมละลาย เหมือนThermite ที่เป็นจุดแดงๆ ที่ตึกด้วยอย่าเพิ่งไปเชื่อมากน่ะ มันเป็นทฤษฏีสมคบคิด เห็นว่าเป็นอีกมุม เลยนำมาให้ชม

 

 

พวกเรากำลังอยู่ในระบบ Matrix ของกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่สุดในโลก คุณอยากจะออกจาก Matrix หรือ จะอยู่ใน Matrix ต่อไป เลือกเอา ถ้าวันนี้คุณออกจาก Matrix ได้ คุณจะเห็น สิ่งต่อไปนี้

 

1. Obama ไม่ได้เป็นคนที่ทรงอำนาจที่สุดในโลก แต่เป็นเพียงหุ่นเชิด หรือฉากหน้าของการทำงานบางอย่าง

มีกลุ่มบุคคลอีกกลุ่มหนึ่งที่มีอำนาจ และเป็นคนเลือกคู่แข่งประธานาธิบดีสหรัฐ ให้เหลือ 2 คนแล้วให้ประชาชนเลือกอีกที

แต่จริงๆ แล้ว เค้าเลือกแล้วว่าจะให้ใครเป็น แล้วให้สื่อต่างๆ เชียร์อีกที และมองย้อนกลับไป President

อีกหลายคนก็ถูกเลือกมาให้เป็น

 

2. อเมริกาวันนี้ปกครองด้วย Jew หรือ Zionist Jew ไม่มีระบบการปกครองเดิมแล้วตั้งแต่ 1938

 

3. Bill Gates ไม่ได้เป็นคนที่รวยที่สุดในโลก แต่มีคนที่รวยกว่าประมาณ 50 เท่า หรือมากกว่านั้น ครอบครัวนี้

มีทรัพย์สินประมาณ 500 Trillion หรือ $500,000,000,000,000 เครือข่ายครอบคลุมประมาณครึ่งโลก

ผ่านบริษัทต่างๆ ในหลายทวีป

 

4. โลกร้อนขึ้นจริง แต่เรื่องโลกร้อนเป็นเรื่องโกหก เพื่อทำโครงการอะไรบางอย่าง

 

5. JFK, Lincoln ถูกฆ่าโดยคนกลุ่มเดียวกัน

 

6. John Lenon, Micheal Jackson, Tupac, Jimmy Hendrix, Princess Diana, Malilyn Monroe และ อีกหลายคน

ถูกลอบสังหารจากคนกลุ่มเดียวกัน

 

7. ต้องลอบสังหาร เจ้าหญิง Diana เพราะท่านจะมีทายาทกับลูกชายของ Dodi Alfayed เจ้าของห้างHarrod ซึ่งเป็นมุสลิม

ในขณะที่เจ้าชายวิลเลี่ยมกำลังจะเป็นกษัตรย์ ครองบัลลังค์อังกฤษ การมีน้องชายต่างบิดา(Dodi Alfayed)เป็นลูกครึ่งมุสลิม เป็นที่ยอมรับไม่ได้

 

8. George Soros เป็นฉากหน้าของกลุ่มทุน Hedge Fund นี้เพื่อเข้าโจมตีเศรษฐกิจในทุกภูมิภาคทั่วโลก

แล้วให้อีกกลุ่ม(IMF & World Bank) ตามไปตีซ้ำแล้ว อีกกลุ่ม(Goldman Sach, Lehman Brother และGE Capital)

ปล้นชิงทรัพย์สินอีกที

 

9. เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกเพิ่งจะเริ่มขี้น ของจริงกำลังจะมา อาจจะปลายปี 2009 หรือ 2010 ทั้งหมดทำโดยคนกลุ่มเดียวกัน

เพื่อเป้าหมายที่สูงสุดบางอย่าง

 

10. คนกลุ่มนี้ก่อสงคราม เพื่อปล่อยเงินกู้ และขายอาวุธ เป็นงานหลัก เพราะฉะนั้นธุรกิจหลักคือเรื่องการเงิน การธนาคาร

และการทหาร

11. สงครามหลักๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้น มาจากน้ำมือคนกลุ่มนี้ ตั้งแต่สงครามครูเสดเป็นต้นมา จุดประสงค์ในข้อ 10

 

12. อเมริกา แบ่งได้เป็น 6 ส่วน รัฐบาล, ภาคการเงินการธนาคาร หรือ Financial Sector, การทหาร, ธุรกิจขนาดใหญ่

หรือ Wall Street, ธุรกิจขนาดกลางและเล็ก หรือ Main Street และ ประชาชน โดย 4 ส่วนแรกคนกลุ่มนี้ยึดครองได้หมด

และนานมากเป็น 100 ปีแล้ว แล้วแผ่ขยายอิทธิพลไปทั่วโลก ที่เราเรียกว่า Globalization หรือ โลกาภิวัฒน์

 

13. เหตุการณ์ World Trade Center ถูกจัดฉากทั้งหมด เพื่อพาประเทศเข้าสงครามอิรัก เพื่อออกกฏหมายและตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมา เพื่อเป็นรัฐบาลเงาของสหรัฐ เช่น DHS, FEMA, NorthCom และอีกมากมาย ทุกหน่วยงานข้ามหัวรัฐธรรมนูญทั้งหมด

 

14. Bin Laden ถูก จัดฉากขึ้นมาเพื่อเขย่าขวัญคนอเมริกัน และชาวโลก เป็นไปไม่ได้ที่แสนยานุภาพ และเทคโนโลยี ของไอ้กัน จะจับคนๆ เดียวในถ้ำไม่ได้ เป็นเวลา 8 ปี แต่มีการขยายผลไปมากมาย

 

15. สิ่ง ที่กำลังจะเกิดต่อไปนี้ คือรัฐบาลเงาที่ถูกสร้างขึ้นจะเข้ายึดครองประเทศ และยึดอำนาจการบริหารทั้งหมด อย่างแนบเนียน ภายใต้ภาพสงครามการก่อการร้าย

 

16. สงครามอิรัก  คนอิรักตายไป 1,300,000 กว่า ทำลายประเทศนี้แล้วสร้างขึ้นใหม่ แต่คนที่ไปสร้างกลับเป็นผู้รับเหมาชาวอเมริกัน และ ยุโรป ได้สัมปทานน้ำมันทั้งหมด บริษัทรับเหมาใหญ่ที่สุดคือ Harriburtonซึ่งเจ้าของคือ Dick Cheney รอง ปธน. นั่นเอง สิ่งทีสร้างคือ Military Complex หรือฐานทัพสหรัฐที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั่นเอง

 

17. ภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้น ในทุกมุมโลก เกิดขึ้นเพราะโครงการของคนกลุ่มนี้ เช่น ซึนามิ, แผ่นดินไหว, น้ำท่วม, โคลนถล่ม, เฮอริเคน และอีกมาก ด้วยโครงการวิทยาศาสตร์ ที่เรียกว่า H.A.A.R.P มีการวิจัยมาเป็น100 ปี เพื่อควบคุมสภาวะอากาศ บิดเบือนสภาพอากาศ และใช้ประโยชน์ในการสงคราม หรือ Weather Warfare โดยสถานีควบคุมอากาศนี้ มีอยู่ 5 สถานี  3 ในอเมริกา, 1 ในรัสเซีย และอีก 1 ในยุโรป

 

18. การ ปฏิวัติล้มราชวงศ์ต่างๆ โดยอ้างว่าเพื่อหยิบยื่น ประชาธิปไตยเข้าไปในประเทศนั้น เหตุผลก็เพื่อเข้าสถาปนารัฐบาลของตัวเองโดยผ่านระบบเลือกตั้งให้เข้าไปมี อำนาจ และอิทธิพลในประเทศนั้นๆ หรือการตั้งตัวแทน สนับสนุนเงินผ่านตัวแทน เช่นเสื้อเหลือง เสื้อแดงเป็นต้น

 

 

19. ยังมี Agenda อีกมากมายที่กำลังทำลายมนุษยชาติ เช่น Agenda 21, Food Codex, Bluebeam Project, Chemtrail, Water Fluoridation และการทำวัคซีนต่างๆ ในมนุษย์ตั้งแต่แรกเกิด

 

20. โรคเอดส์ โรคสมองเสื่อม โรคภูมิแพ้ โรคออทิสติค หรือโรคใหม่ๆ ที่เกิดในช่วง 100 ปีมานี้ก็เป็นโครงการ

ทดลอง ของคนกลุ่มนี้เช่นกัน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ของใหม่ แต่มีมาเป็นร้อยปีแล้ว ซึ่งรากจริงๆ แล้วมีมาหลายพันปี ของอเมริกา โดนไปอย่างจังๆเมื่อปี 1913 หลักฐานอยู่ในกระเป๋าเงินของคุณเอง ลองเอาแบ๊งคฺ์ 1เหรียญ

ขึ้นมาดู ที่ด้านหลังจะมีตราสัญลักษณ์ซ่อนอยู่มากมาย โดยเฉพาะรูปปิระมิดที่ยังสร้างไม่เสร็จ ดวงตา

อัคระต่างๆ "Novus Ordo Seclohum" หรือ New World Order นั่นเอง ลองดู Georgia Guidestonesหรือ American Stonehenge คือทิศทางของโลกใหม่หรือสิ่งที่คนกลุ่มนี้กำลังทำ และผลักดันให้เกิด นี่ไม่ใช่ทฤษดีสมรู้ร่วมคิด หรือ Conspiracy อะไร เพราะคนที่ตาย ตายจริง เศรษฐกิจพังจริงๆ ภาพยนต์เรื่องMatrix ถูกสร้างโดยกลุ่ม Illuminati เพื่อต้องการสื่อให้ชาวโลกรู้ว่า พวกคุณกำลังอยู่ในระบบ Matrix ของพวกIlluminati  (แต่จะมีกี่คนที่รู้และเข้าใจเรื่องนี้)

 

เหตุการณ์ 11/09/2001 เครื่องบินชนตึก World Trade Center เขาจะบอกผ่านภาพยนต์เรื่อง คนเหล็ก ภาค 2

(บอกล่วงหน้า 10 ปี) สังเกตุ มีคำว่า CAUNTION 9-11 อยู่ในหนังด้วย

 

แผ่นดินไหวในเฮติ ฯลฯ และภัยธรรมชาติ ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ แต่เกิดจากเครื่อง Haarp (เครื่องควบคุมธรรมชาติ) ของกลุ่ม Illuminati

 

 

ธรรมชาติวิปริตเกิดจากทฤษฎีโลกร้อนจริงหรือ?

 

ผู้คนทั่วไปมักเชื่อคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ว่า ความผิดปกติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ มีต้นตอมาจากการเผาผลาญพลังงานฟอสซิล  และ ทำให้เกิดกาซคาร์บอนไดออกไซด์ ประกอบกับการปล่อยสารซีเอฟซีที่ทำลายชั้นโอโซน ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกจนอุณหภูมิโลกสูงขึ้นเรื่อย ๆ

 

ทว่าคำอธิบายข้างต้นหาได้เป็นที่ยอมรับเป็นเอกฉันท์ในวงการวิทยาศาสตร์ไม่  ตรงกันข้ามยังมีการโต้แย้งกัน

ถึงข้อบกพร่องในทฤษฎีเรือนกระจกและทฤษฏีโลกร้อน ตลอดมา

 

ทฤษฎี เรือนกระจกนั้น ข้อบกพร่องอยู่ที่ เหตุใดรูโหว่ในชั้นบรรยากาศโลก จึงไม่เกิดขึ้นเหนือพื้นที่ที่มีสถิติการปล่อยสารซีเอฟซี เป็นจำนวนมาก อาทิเช่น เหนือเมืองใหญ่และเขตอุตสาหกรรมต่างๆ แต่กลับไปเกิดขึ้นยังบริเวณขั้วโลกทั้งสองด้าน

ทั้งนี้ ทีมวิจัยของอังกฤษได้รายงานเมื่อปลายปีที่แล้วว่า ชั้นโอโซนในบริเวณขั้วโลกใต้ มีปริมาณโอโซนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวถึง 10%

 

ใน ส่วนของทฤษฎีโลกร้อนนั้น ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ที่บริเวณผิวพื้นโลกและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ในชั้นบรรยากาศระดับล่างและกลาง ในช่วง 20 ปีมานี้ พิสูจน์ว่าทฤษฎีนี้ผิดพลาด เนื่องจากพบว่า ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ อุณหภูมิที่ผิวพื้นโลกสูงขึ้นจริง แต่อุณหภูมิในชั้นบรรยากาศกลับไม่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งหากทฤษฎีโลกร้อนถูกต้องแล้ว อุณหภูมิทั้งสองบริเวณนี้จะต้องสูงขึ้นเช่นเดียวกัน

 

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไม่ทราบที่มา : กุญแจไขปริศนา?

 

นักวิทยาศาสตร์ตรวจพบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (รังสีแกมม่า) นี้ได้ในบริเวณขั้วโลกเหนือเป็นครั้งแรกเมื่อกว่า 5ปีมาแล้ว

และหลังจากเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ก็ได้พบว่าปริมาณคลื่นไฟฟ้าแม่เหล็ก ได้เพิ่มขึ้นทั้งจำนวนความถี่และความรุนแรง

 

ท้องฟ้าในบริเวณขั้วโลกเหนือที่ปกติมืดมิดตลอดเวลาในช่วงฤดูหนาว ปัจจุบันกลับมีแสงสว่างเกิดขึ้นเป็นประจำ

"ขอบฟ้าถูกยกสูงเหมือนกับชูขึ้นด้วยมือของพระเป็นเจ้า" นายเดวิดสันกล่าว เขาเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลแคนาดา

ซึ่งประจำการอยู่ที่สถานีตรวจสอบอากาศเมืองเรซาลูด เบย์ ทวีปอาร์คติก

 

นัก วิทยาศาสตร์หลายฝ่ายเชื่อว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าลึกลับนี้ คือต้นเหตุของความวิปริตทั้งหมดที่เกิดขึ้นตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ มีงานวิจัยของกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐที่พบว่า อิทธิพลรังสีแกมม่าสามารถทำให้เกิดรูโหว่ในชั้นโอโซน โลกเย็นลง ฝนกรดและการเกิดเมฆหมอกได้

ผล ของงานวิจัยนี้ได้ถูกยืนยันอีกครั้ง โดยการค้นพบของทีมนักวิทยาศาสตร์เยอรมัน จากสภาบันนิวเคลียร์ฟิสิกส์แมกส์ แพลงค์ สถาบันเลื่องชื่อของโลกในปี 2545

ไม่ เพียงแต่รังสีแกมม่าน่าจะเป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศเท่านั้น แต่ด้วยคุณสมบัติที่เป็นพลังงานแม่เหล็กจึงส่งผลต่อสนามแม่เหล็กโลก และอาจสามารถกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิดได้อีกด้วย

 

ผลการศึกษาของทีมนักวิทยาศาสตร์ ประจำสภาบันภูมิฟิสิกส์ประเทศจอร์เจีย จากการเก็บข้อมูลเปรียบเทียบเป็นเวลา 30 ปี จากปี 2501 - 2531 สรุปว่าปฏิกิริยาระหว่างโลกกับสนามพลังงานแม่เหล็ก เป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงสูงกว่า 6 ริกเตอร์ขึ้นไป

 

ใน ส่วนของจำนวนดาวตกที่เพิ่มขึ้นมากผิดปกติในปีที่แล้วก็เช่นกัน แม้จะยังไม่มีผลงานวิจัยในด้านนี้อยู่เลยก็ตาม แต่นักวิทยาศาสตร์คนสำคัญของโลกหลายคนก็เริ่มตั้งข้อสันนิษฐานว่า มีความเป็นไปได้ที่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อาจเกี่ยวข้องกับจำนวนดาวตกที่เพิ่มขึ้น

คลื่นพลังงานแม่เหล็กเหล่านี้มาจากไหน?

 

ยัง ไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดถึงที่มาของคลื่นพลังงานแม่เหล็กลึกลับ ซึ่งยังคงสร้างความวิปริตทางธรรมชาติทั่วโลกในขณะนี้ นักวิทยาศาสตร์ส่วนหนึ่งคาดว่า  คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านี้ น่าจะมาจากการระเบิดของซุปเปอร์โนวา หรือดาวฤกษ์ที่กำลังจะดับสูญชื่อ SN1987a เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นห่างจากโลก 12,000 ล้านปีแสง เมื่อปี2530 การระเบิดครั้งนั้นถือเป็นการระเบิดที่รุนแรงที่สุดในจักรวาล เป็นอันดับสองรองจากการระเบิดที่เรียกว่าบิ้กแบงในปี2540

 

"การระเบิดของดาว SN1987a ปลดปล่อยพลังงานอภิมหาศาลในหนึ่งวินาที เทียบได้กับพลังงานของดาวฤกษ์ทั้งหมดในจักรวาลรวมกัน"  สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงาน ทั้งนี้คาดว่าโลกจะสามารถแลเห็นการระเบิดนี้ได้ก่อนปี2553

 

ทั้งนี้ ยังมีนักวิทยาศาสตร์อีกส่วนหนึ่ง ที่เชื่อว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าปริศนานี้ มีที่มาจากในโลกนี้เองและเกิดจากการกระทำของมนุษย์  หลายฝ่ายชี้ชัดมายังอาวุธในโครงการของกองทัพสหรัฐที่มีชื่อว่าฮาร์พ(High Frequency Active Auroral Reseach Program) หรือ HAARP

 

ฮาร์พเป็นส่วนสำคัญในยุทธศาสตร์การริเริ่มป้องกันทารทหาร ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ หรือที่รู้จักกันในชื่อโครงการสตาร์วอร์

ฮาร์ พถูกริเริ่มขึ้นในยุคของประธานาธิบดีเรแกน โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อศึกษา "การใช้ไอโอโนสเฟีย (ชั้นบรรยากาศระดับสูง) เพื่อเป้าหมายของกระทรวงกลาโหม"

 

นาย อีสแมน เจ้าของลิขสิทธิ์เทคโนโลยีที่ใช้ในโครงการนี้ กล่าวถึงฮาร์พว่า "สามารถรบกวนระบบโทรคมนาคมทั้งหมดในพื้นที่ขนาดใหญ่มากบนโลก... เบี่ยงเบนทิศทางหรือทำลายจรวดและเครื่องบิน... ปรับเปลี่ยนภูมิอากาศ..."

 

ดอกเตอร์ เมกิช นักวิทยาศาสตร์ผู้หนึ่งที่ติดตามโครงการฮาร์พ อธิบายถึงการทำงานของอาวุธนี้ว่า ฮาร์พ "อาศัยเทคโนโลยีการส่งคลื่นวิทยุพลังมหาศาล เพื่อยกบริเวณชั้นบรรยากาศส่วนบน (ไอโอโนสเฟีย) ของโลกขึ้น โดยเล็งพลังงานไปยังพื้นที่บนชั้นบรรยากาศและเผาบริเวณนั้นจนร้อน ( หลอมละลายจนกลายเป็นเสมือนจานพลาสม่าขนาดยักษ์ที่สามารถรับส่งคลื่นได้) จากนั้นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าก็จะสะท้อนกลับมายังโลก และทะลุทะลวงทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งที่มีชีวิตและไม่มี

 

อะไรที่ชี้ว่าเทคโนโลยีในการบังคับดินฟ้าอากาศมีจริง

 

หลัก ฐานที่น่าเชื่อถือที่สุด อยู่ที่การยอมรับเกี่ยวกับเทคโนโลยีในการบังคับดินฟ้าอากาศ ของบุคคลสำคัญ สถาบันและองค์กรชั้นนำระดับโลกต่างๆ อาทิเช่น  เอกสารชื่อ "กองทัพอากาศสหรัฐ 2025" ที่ประกาศใช้ในปี 2539 ได้ระบุเป้าหมายในอนาคตของกองทัพอากาศสหรัฐว่า "การเปลี่ยนแปลงดินฟ้าอากาศ  จะ เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ความมั่นคง ทั้งในและระหว่างประเทศและสามารถกระทำได้แบบเอกภาคี... มันเป็นไปได้ทั้งเชิงการรุกและรับหรือกระทั่งในการข่มขู่ศัตรู...

ความ สามารถในการทำฝน หมอกและพายุหรือเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศนอกโลก... และการสร้างดินฟ้าอากาศต่างๆ นี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีแบบบูรณาการ ซึ่งสร้างเสริมศักยภาพให้กับสหรัฐหรือลดทอนศักยภาพของศัตรู..."

 

จริง อยู่ที่ข้อความข้างต้นนี้เป็นเพียงเป้าหมายในอนาคต แต่ก็หมายถึงว่า ก่อนหน้าการประกาศ สหรัฐได้ทำเริ่มลงทุนพัฒนาและทดลองเทคโนโลยีการควบคุมดินฟ้าอากาศ เป็นประจำมาเป็นเวลาช้านาน จนกว่าจะมั่นใจได้ว่าสามารถบรรลุภาระกิจที่ตั้งไว้ได้

 

ปี 2539 สำนักข่าวรอยเตอร์ได้รายงานคำพูดของนายวิเลียม โคเฮน รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐที่กล่าวถึงการก่อการร้าย ณ มหาวิทยาลัยจอร์เจีย  ตอนหนึ่งมีใจความว่า "การป้องกันเกี่ยวกับอาวุธที่ไม่ธรรมดาจะต้องเพิ่มมากขึ้น เมื่อกลุ่มผู้ก่อการร้ายพัฒนาอาวุธเคมีและเชื้อโรค  และกรรมวิธีทางพลังงานแม่เหล็กที่สามารถเปิดรูโหว่ ในชั้นโอโซนหรือกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิดได้"

 

เป็นไปได้หรือที่กลุ่มผู้ก่อการร้าย จะสามารถค้นคิดอาวุธร้ายแรงเหล่านี้ได้ด้วยตัวเอง ? เพราะ ตลอดมาพวกเขามีศักยภาพเพียงการลอกเลียน และประยุกต์อาวุธขึ้นจากเทคโนโลยี ที่มีบรรดาประเทศมหาอำนาจได้ค้นคิดพัฒนาและใช้การได้จริงแล้วทั้งสิ้น

 

ปี2544 วุฒิสมาชิกจากรัฐโอไฮโอนาย เดนิส คูชินิชได้ เสนอร่างกฎหมายเลขที่ HR2977 ว่าด้วยการห้ามใช้อาวุธในอวกาศ  ตอน หนึ่งของร่างนี้กล่าวถึง "อาวุธทางภูมิอากาศหรืออาวุธทางรอยเลื่อนของชั้นแผ่นดิน" เป็นไปได้หรือ ที่ผู้ที่เป็นถึงวุฒิสมาชิกสหรัฐ จะกล้าเสนอกฎหมายนี้หากปราศจากหลักฐานข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการพัฒนาอาวุธเหล่านี้

 

นอกจากบุกคลสำคัญและองค์กรของสหรัฐเองจะกล่าวถึงการพัฒนาและทดลอง อาวุธที่เปลี่ยนแปลงดินฟ้าอากาศแล้ว

บุคคลสำคัญและ องค์กรในระดับโลกต่างๆก็ได้เคยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้อาวุธนี้ด้วย

 

ที่ประชุมใหญ่องค์กรสหประชาชาติประจำปี 2540 ได้มีการลงนามในอนุสัญญา "การห้ามใช้เทคโนโลยี การปรับเปลี่ยนดินฟ้าอากาศเพื่อการทหาร และการรุกราน ที่สร้างผลกระทบที่กว้างขวาง ยาวนานและรุนแรง" ทั้งนี้นิยามของ "เทคโนโลยีการปรับเปลี่ยนดินฟ้าอากาศ" หมายถึง  "เทคโนโลยีที่จงใจเปลี่ยนแปลงกระบวนการทางธรรมชาติ การเคลื่อนไหว องค์ประกอบ โครงสร้างของโลกรวมถึงชั้นบรรยากาศต่างๆหรืออวกาศ"

 

MJ (Michael Jackson)

ว่ากันว่า  MJ (Michael Jackson) ต้อง ตายเพราะเค้าเคยเป็นอิลูมินาติแล้วกลับใจ ลองกลับไปดูผลงานของเค้าทุกชุด จะซ่อนเครื่องหมาย อิลูมินาติไว้ทั้งหมด เค้าถูกใช้ประโยชน์ เหมือนดาราและนักร้องเกือบทุกคนในอเมริกา คุณอย่าดังนะ ถ้าดังคุณต้องเป็นคนของเค้า  ถ้าปฏิเสธ คุณจบ แล้วใครที่เข้าไปแล้วห้ามออก เพราะเค้ากลัวความลับรั่วไหล แต่ก็มีบางคนพยายามทำ และต่อต้านเช่น  MJ, John Lennon, TUPAC, Jimmy Hendrix ความอึดอัดของพวกเค้าจะสะท้อนออกมาในงานของทุกคน หลายวันนี้เอาอีกแล้ว  Charlie Sheen ออกมาเรียกร้องเรื่อง 911 จับตาดูให้ดีจะจบยังไงคงจะไม่ต่างกัน จนในที่สุด MJ เค้าหันหลังให้อิลูมินาติ แต่เค้าไม่ออกมาเฉยๆ แต่ออกมาพยายามเปิดเผย ลองกลับไปดูมิวสิกวีดีโอของเค้า (They don't care about us)   คุณจะเห็นเหมือนที่เห็น สุดท้าย…….ต้องเก็บ

 

http://www.youtube.com/watch?v=QtfeOXBJxeA/  http://www.sahibzaman.com

tags:
มุสลิม
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ข่าวล่าสุดในหมวดเดียวกันนี้

 
 

10 อันดับข่าวฮ็อตในรอบสัปดาห์
บทความดีๆ
ดูทั้งหมด   
ติดต่อ มุสลิมไทย โพสต์ | ระบบช่วยเหลือ | สมัครสมาชิก | ฟรีดาวน์โหลด | ฟังวิทยุออนไลน์
ถ่ายทอดสดจากมัสยิดอัลฮะรอม มักกะฮ์ Link 1, Link 2 | ถ่ายทอดสดจากมัสยิดนาบาวี มาดีนะห์ Link 1, Link 2
MNet Solution | นโยบายสำนักข่าว | เงื่อนไขการบริการ | ติดต่อลงโฆษณา
แผนผังเว็บไซต์ | เพิ่มความเร็วการเข้าเว็บ | อัพเกรดบราวเซอร์
Follow MTP On:  Facebook |  RSS |  Mobile
Copyrights © 2011 www.muslimthaipost.com All Rights Reserved | www.muslimthai.com | Hosting by